สหบิวตี้ สินค้าของแท้ ส่งจริง ส่งเร็วทุกรายการ  เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่ง กรุณาสอบถามราคาก่อนโอนเงินนะคะ 
สถิติ
เปิดเมื่อ2/01/2012
อัพเดท3/12/2018
ผู้เข้าชม714416
แสดงหน้า831239
สินค้า
ปฎิทิน
December 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
     
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
บทความ
วิชาการ
ดูแลผิวพรรณ
หน้ามัน รูขุมขนกว้าง เป็นสิว ทำไงดี จะรักษาได้ยังไง
ฟื้นฟูผิวไหม้แดด
ทาครีมกันแดดซ้ำๆช่วยผิวสว่างไสว
บทความทั่วไป
รู้ไว ตายช้า “เบาหวานลงไต” โรคที่คนไทยต้องระวัง
พรบ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558
นอนดึกตื่นสายทำลายภูิมิคุ้มกันของร่างกาย
สุขภาพ
“มะเฟือง” มีกรดออกซาลิค อันตรายต่อไต
6 วิตามินเสริม ปราบ วัยทอง
เมื่อต่อมไทรอยด์ ทำงานไม่เป็นปกติ
โรคไตเรื้อรัง อีกหนึ่งโรคที่ต้องเฝ้าระวัง
สาระความรู้เรื่องโรคไต
ปัญจขันธ์(เจียวกู้หลาน) ปรับความสมดุลของความดันเลือดฯ
“ดีท็อกซ์’ ล้างสารพิษ
เข่าเสื่อม
โรคอัลไซเมอร์
โรคข้อเสื่อมคืออะไร? ทำไมถึงเป็น
โรคอ้วนในวัยทอง ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม
น้ำคั้นหัวบีทรู้ท ลดความดันได้ชะงัด
ปวดกระดูก สัญญาณเตือน "โรคข้อเสื่อม"
เสริมแคลเซียมให้เหมาะกับวัย
สุขภาพดี..เรื่อง กล้วยกล้วย
ความจำดีต้องเริ่มที่สมอง
ดับร้อน ป้องกันการช็อคแดด ด้วยผลไม้ไทย
สิ่งที่คุณคิด...ผิดหรือถูก
"เวลา" สัมพันธ์กับการนอนอย่างไร
ง่วงนอนตลอดเวลา
ความเคยชิน 5 ประการที่เร่งการเพิ่มเซลลูไลท์
เสริมบุคลิก
เคล็ดลับทำผมเก๋ๆแบบง่ายๆแต่น่ารัก
เสื้อผ้าลายพริ้นท์ สวยได้ตามอารมณ์
เลือกสีรองเท้า..เข้ากับเสื้อผ้า
สีเล็บ บ่งบอกตัวคุณ
เสื้อผ้าที่ใส่...บอกอารมณ์คุณ
ผมสวย ผมเสีย ดูแลผม
ดัดผมดิจิตอลเพิร์ม สปาเพิร์มหรือดัดไฟฟ้าต่างกันหรือไม่
รังแค
ผมดัดสั้นน่ารัก
วิธีดูแลผมดัด
เซ็ทผมสั้นออกงาน
รูปหน้าของคุณเหมาะกับผมทรงไหน
ลดน้ำหนัก
วิธีลดน้ำหนัก กินมื้อเย็น แต่หุ่นเป๊ะเวอร์!

ปวดเข่า บวมตามข้อ ทาน jontkare ช่วยเพิ่มน้ำไขข้อกระดูก ลดการเสียดสีของกระดูกข้อ ชะลอการเสื่อมของข้อเข่า

เข้าชม 2282
 
ปวดเข่า บวมตามข้อ ทาน jontkare ช่วยเพิ่มน้ำไขข้อกระดูก ลดการเสียดสีของกระดูกข้อ ชะลอการเสื่อมของข้อเข่า
 
  • ราคาปกติ : 1,320.00 ฿
  • ราคาพิเศษ : 1,100.00 ฿
  • รหัสสินค้า : LN4003
  • ยี่ห้อ : MIR
  • JONTKARE จ้อนท์แคร์ 
     
    สรรพคุณ : ช่วยบรรเทาอาการปวดและบวมตามข้อ ซ่อมแซมและหล่อเลี้ยงกระดูกอ่อน เพิ่มน้ำไขข้อกระดูกเพื่อลดการเสียดสีของกระดูกอ่อนในข้อ ลดการสร้างฮอร์โมนพรอสตา แกลนดิน ซึ่งเป็นตัวเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการอักเสบและปวดบวม กระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งสารคอร์ติโวนเพื่อระงับการอักเสบและความปวด

    ส่วนผสมสำคัญในจ้อนท์แคร์ที่ช่วยคุณได้

    มีส่วนผสมหลักคือสารสกัดจากกระดูกอ่อนปลาฉลาม บลูเบอร์รี่ ขมิ้น ขิง วิตามินและเกลือแร่ ที่ช่วยที่ช่วยเรื่องการบวมและปวดของข้อพร้อมทั้งเสริมสร้างบริเวณข้อต่อให้แข็งแรง
    - ผงกระดูกอ่อนจากปลาฉลาม  มีสารสำคัญที่มีความสำคัญมากต่อ.ข้อต่อและเนื้อเยื่อ
    ..สารนั้นคือ กลูโคซามีนมีหน้าที่สร้างโมเลกุลที่ซับซ้อน เพื่อใช้ในการซ่อมแซมและหล่อเลี้ยงกระดูกอ่อนโดยการเพิ่มน้ำไขข้อกระดูก  คอนโดอิทินซัลเฟตเป็นสารที่ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ หรือเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของนวมที่ลดการเสียดสีของปลายกระดูกแข็งสองท่อน  จึงทำให้มีคุณสมบัติดีเยี่ยมสำหรับบรรเทาอาการปวดข้อต่อต่าง ๆ  โดยเฉพาะข้อเข่า นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยชะลอการเสื่อมของเข่าได้ด้วย
    -  สารสกัดจากบลูเบอรี่ :  มีสารแอนโทไซยานิดีน ที่มีประสิทธิภาพในการลดและยับยั้งการสร้างลิวโคทรีน ที่เป็นสาเหตุของการอักเสบทำให้อาการเจ็บปวดและอักเสบน้อยลง
    -  สารสกัดจากขิง : ช่วยบรรเทาอาการปวดและบวมตามข้อ เนื่องจากขิงสามารถลดการสร้างฮอโมนพรอสตา แกลนดิน ซึ่งเป็นตัวเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการอักเสบ
     สารสกัดจากขมิ้น : มีสารเคอร์คูมิน ชะลอการสร้างพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการระงับการอักเสบและปวดบวม โดยไปกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งสารคอร์ติโวน เพื่อระงับการอักเสบและความปวด
    วิธีรับประทาน   ครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหาร

    การป้องกันดูแลรักษา
    1. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริกและอ๊อกซาลิคสูง เช่น อาหารประเภทสัตว์ปีก 
        ยอดผัก เครื่องใน
    2. หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอและถูกวิธี
    3. ระมัดระวังการกระแทกกระทั้นข้อต่อต่างๆ
    4. ถ้าอ้วนต้องพยายามลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนัก  

    รู้จักข้อเสื่อม
    ลดความเสี่ยงและบรรเทาความเสื่อมของข้อและโรคเก๊าท์ได้อย่างไร...ปกติข้อเข่าของคนเรา ประกอบไปด้วย  ปลายกระดูก 2 ชิ้น  ประกบกัน และที่ผิวบนของปลายกระดูกทั้ง 2 ด้านจะมีกระดูกอ่อนปกคลุม มีลักษณะเป็นผิวเรียบ (ทำหน้าที่เป็นหมอนรองรับน้ำหนักหรือแรงสั่นสะเทือน) และมีน้ำไขข้อบรรจุอยู่ภายในช่องว่างระหว่างผิวข้อทั้งสอง ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อเข่าเป็นไปอย่างคล่องตัวไม่ติดขัด
    เข่าเสื่อมเกิดจาก การที่กระดูกอ่อนของข้อเสื่อมสภาพ ทำให้กระดูกอ่อนไม่สามารถเป็นเบาะหรือหมอนรองรับน้ำหนัก และมีการสูญเสียน้ำเลี้ยงข้อเข่า เม่ือเคลื่อนไหวจะเกิดการเสียดสีและสึกกร่อนของกระดูกอ่อน
     
    ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคข้อเสื่อม
    อายุ โรคนี้พบบ่อยในผู้สูงอายุ กระดูกอ่อนในผู้สูงอายุจะแตกต่างจากคนอายุน้อย เนื่องจากถูกใช้งานมานานมากกว่า ทำให้มีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมได้ง่ายขึ้น แต่โรคข้อเสื่อมก็ไม่เกี่ยวข้องกับอายุที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว 
    เพศ  เพศหญิงจะมีโอกาสเป็นโรคเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย 2 เท่า
    น้ำหนักตัว  น้ำหนักตัวมาก ยิ่งมีโอกาสมากที่จะเป็นโรคข้อเสื่อม โดยเฉพาะข้อใหญ่ๆ ที่รับน้ำหนักตัว

    การใช้งานข้อเข่า เช่น การนั่งยองๆ นั่งพับเพียบ คุกเข่า หรือนั่งในท่าขัดสมาธ นานๆ เหล่านี้ก็ทำให้ข้อมีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมได้มาก
    การได้บาดเจ็บบริเวณข้อเข่า ผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ข้อเข่าไม่ว่ากระดูกข้อเข่าแตกหรือเอ็นฉีก จะเกิดข้อเข่าเสื่อมได้
    การเปลี่ยนแปลงในกระดูกอ่อน ซึ่งเกิดจากโรคบางอย่าง เช่นโรคข้ออักเสบ รูมาตอยด์
    การติดเชื้อในข้อทำให้เกิดการอักเสบในข้อ ทำลายกระดูกอ่อนและผิวข้อ ทำให้ข้อเสื่อม








     
     
    บทความน่าสนใจ
     
    เข่าเสื่อม
    อาการปวดที่เกิดขึ้นบริเวณข้อเข่า อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มักเกิดจาก การเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ ของกระดูกและกระดูกอ่อนผิวข้อ
     
            
    อาการสำคัญ ของโรคข้อเข่าเสื่อม
    • ปวดข้อเข่า รู้สึกเมื่อย ตึงที่น่องและข้อพับเข่า
    • รู้สึกว่าข้อเข่าขัด ๆ เคลื่อนไหวข้อได้ไม่เต็มที่
    • มีเสียงดังในข้อ เวลาขยับเคลื่อนไหวข้อเข่า
    • ข้อเข่าบวม มีน้ำในข้อ
    • เข่าคดผิดรูปร่าง หรือ เข่าโก่งขาโก่ง
    ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะพบ  บางข้อหรือหลายข้อ พร้อมกันก็ได้ ในระยะแรก อาการเหล่านี้มักจะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าช้าและเป็นๆ หายๆ  เมื่อเป็นมากขึ้น ก็จะมีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น เป็นบ่อยขึ้น และอาจจะมีอาการตลอดเวลาได้

    ซึ่งลักษณะที่พบนี้ ก็อาจพบได้ในข้อเข่าของผู้สูงอายุปกติทั่วไป โดยที่ไม่มีอาการเลยก็ได้

    ดังนั้นการจะบอกว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมหรือไม่โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์สามารถบอกได้ จากประวัติของความเจ็บป่วย อาการ อาการแสดงที่เป็นอยู่ และ การตรวจร่างกาย โดยไม่จำเป็นต้องเอ๊กซเรย์

    การเอ๊กซเรย์จะทำก็ต่อเมื่อแพทย์สงสัยว่าอาจจะเป็นโรคอื่น สงสัยว่าอาจจะมีภาวะแทรกซ้อน หรือ ในกรณีที่ต้องทำการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด

    แนวทางรักษา มีอยู่หลายวิธี เช่น

    • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
    • ทำกายภาพบำบัด
    • การกินยาแก้ปวดลดการอักเสบ
    • การผ่าตัด เพื่อจัดแนวกระดูกใหม่
    • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

    ในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้ จุดมุ่งหมายในการรักษาทุกวิธีก็คือ ลดอาการปวด ทำให้เคลื่อนไหวข้อได้ดีขึ้น ป้องกันหรือแก้ไขการผิดรูปร่างของข้อ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตประจำวันหรือทำงานได้เป็นปกติ

    การกินยาแก้ปวด หรือ การผ่าตัด ถือว่าเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ ถ้าผู้ป่วยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน และ ไม่บริหารข้อเข่า ผลการรักษาก็จะไม่ดีเท่าที่ควร

    วิธีการรักษาที่ได้ผลดี เสียค่าใช้จ่ายน้อย ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเอง คือ

    • การลดน้ำหนัก
    • การบริหารข้อ และ
    • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน

    ข้อแนะนำในการรักษาด้วยตนเอง ดังนี้
    1.  ลดน้ำหนักตัว เพราะเมื่อเดินจะมีน้ำหนักลงที่เข่าแต่ละข้างประมาณ 3 เท่าของน้ำหนักตัว แต่ถ้าวิ่ง น้ำหนักจะลงที่เข่าเพิ่มเป็น 5 เท่าของน้ำหนักตัว

    ดังนั้น ถ้าลดน้ำหนักตัวได้ ก็จะทำให้เข่าแบกรับน้ำหนักน้อยลง การเสื่อมของเข่าก็จะช้าลงด้วย

    2.  ท่านั่ง ควรนั่งบนเก้าอี้ที่สูงระดับเข่า ซึ่งเมื่อนั่งห้อยขาแล้วฝ่าเท้าจะวางราบกับพื้นพอดี
    ไม่ควร นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ นั่งคุกเข่า นั่งยอง ๆ หรือนั่งราบบนพื้น เพราะท่านั่งดังกล่าวจะทำให้ ผิวข้อเข่าเสียดสีกันมากขึ้น ข้อเข่าก็จะเสื่อมเร็วขึ้น

    3.  เวลาเข้าห้องน้ำ ควรนั่งถ่ายบนโถนั่งชักโครก หรือ ใช้เก้าอี้ที่มีรูต้องกลาง วางไว้เหนือ คอห่าน ไม่ควรนั่งยอง ๆ เพราะทำให้ผิวข้อเข่าเสียดสีกันมาก และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงขา ถูกกดทับ เลือดจะไปเลี้ยงขาได้ไม่ดี ทำให้ขาชา และมีอาการอ่อนแรงได้
    ควรทำที่จับยึดบริเวณด้านข้างโถนั่งหรือใช้เชือก ห้อยจากเพดานเหนือโถนั่ง เพื่อใช้จับพยุงตัว เวลาจะลงนั่งหรือจะลุกขึ้นยืน

    4.  นอนบนเตียง ซึ่งมีความสูงระดับเข่า ซึ่งเมื่อนั่งห้อยขาที่ขอบเตียงแล้วฝ่าเท้าจะแตะพื้นพอดี ไม่ควรนอนราบบนพื้นเพราะต้องงอเข่าเวลาจะนอนหรือจะลุกขึ้น ทำให้ผิวข้อเสียดสีกันมากขึ้น

    5.  หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันได


    6.  หลีกเลี่ยงการยืนหรือ นั่งในท่าเดียวนาน ๆ ถ้าจำเป็นก็ให้ขยับเปลี่ยนท่าหรือขยับเหยียด-งอข้อเข่า เป็นช่วง ๆ

    7.  การยืน ควรยืนตรง ให้น้ำหนักตัวลงบนขาทั้งสองข้างเท่า ๆ กัน  ไม่ควร ยืนเอียงลงน้ำหนักตัวบนขาข้างใดข้าง-หนึ่ง เพราะจะทำให้เข่าที่รับน้ำหนักมากกว่าเกิดอาการปวด และข้อเข่าโก่งผิดรูปได้

    8.  การเดิน ควรเดินบนพื้นราบ ใส่รองเท้าแบบมีส้นเตี้ย(สูงไม่เกิน 1 นิ้ว) หรือ แบบที่ไม่มีส้นรองเท้า พื้นรองเท้านุ่มพอสมควร และ มีขนาดที่พอเหมาะเวลาสวมรองเท้าเดินแล้วรู้สึกว่ากระชับพอดี ไม่หลวมหรือคับเกินไป
    ไม่ควร เดินบนพื้นที่ไม่เสมอกันเช่น บันได ทางลาดเอียงที่ชันมาก หรือทางเดินที่ขรุขระเพราะจะทำให้น้ำหนักตัวที่ลงไปที่เข่าเพิ่มมากขึ้น และอาจจะเกิดอุบัติเหตุหกล้มได้ง่าย

    9.  ควรใช้ไม้เท้า เมื่อจะยืนหรือเดิน โดยเฉพาะ ผู้ที่มีอาการปวดมากหรือมีข้อเข่าโก่งผิดรูป เพื่อช่วยลดน้ำหนักตัวที่ลงบนข้อเข่าและช่วยพยุงตัวเมื่อจะล้ม แต่ก็มีผู้ป่วยที่ไม่ยอมใช้ไม้เท้า โดยบอกว่า รู้สึกอายที่ต้องถือไม้เท้า และไม่สะดวก ทำให้เกิดผลเสียตามมาคือ ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น และ เสี่ยงต่ออุบัติเหตุหกล้ม

     

    สำหรับวิธีการถือไม้เท้านั้น 
    ถ้าปวดเข่ามาก ข้างเดียวให้ถือไม้เท้าในมือด้านตรงข้ามกับเข่าที่ปวด แต่ถ้าปวดเข่าทั้งสองข้างให้ถือในมือข้างที่ถนัด

    10. บริหารกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อเข่า ให้แข็งแรง เพื่อช่วยให้การเคลื่อนไหวของข้อได้ดีขึ้น และสามารถทรงตัวได้ดีขึ้นเวลายืน หรือ เดินการออกกำลังกายควรเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องมีการลงน้ำหนักที่เข่ามากนัก เช่น การเดิน การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ เป็นต้น


    โรคข้อเข่าเสื่อมรักษาไม่หายขาด แต่ก็มีวิธีที่ทำให้อาการดีขึ้นและชะลอความเสื่อม ให้ช้าลง ทำให้ท่านสามารถดำเนินชีวิตอยู่ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ ความตั้งใจของท่านเองเป็นสำคัญ


    ที่มา :  โดย  นพ.พนมกร ดิษฐสุวรรณ์  ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ

     

 
สินค้าราคาพิเศษ