สหบิวตี้ สินค้าของแท้ ส่งจริง ส่งเร็วทุกรายการ  เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่ง กรุณาสอบถามราคาก่อนโอนเงินนะคะ 
สถิติ
เปิดเมื่อ2/01/2012
อัพเดท3/12/2018
ผู้เข้าชม713712
แสดงหน้า830070
สินค้า
ปฎิทิน
December 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
     
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
บทความ
วิชาการ
ดูแลผิวพรรณ
หน้ามัน รูขุมขนกว้าง เป็นสิว ทำไงดี จะรักษาได้ยังไง
ฟื้นฟูผิวไหม้แดด
ทาครีมกันแดดซ้ำๆช่วยผิวสว่างไสว
บทความทั่วไป
รู้ไว ตายช้า “เบาหวานลงไต” โรคที่คนไทยต้องระวัง
พรบ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558
นอนดึกตื่นสายทำลายภูิมิคุ้มกันของร่างกาย
สุขภาพ
“มะเฟือง” มีกรดออกซาลิค อันตรายต่อไต
6 วิตามินเสริม ปราบ วัยทอง
เมื่อต่อมไทรอยด์ ทำงานไม่เป็นปกติ
โรคไตเรื้อรัง อีกหนึ่งโรคที่ต้องเฝ้าระวัง
สาระความรู้เรื่องโรคไต
ปัญจขันธ์(เจียวกู้หลาน) ปรับความสมดุลของความดันเลือดฯ
“ดีท็อกซ์’ ล้างสารพิษ
เข่าเสื่อม
โรคอัลไซเมอร์
โรคข้อเสื่อมคืออะไร? ทำไมถึงเป็น
โรคอ้วนในวัยทอง ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม
น้ำคั้นหัวบีทรู้ท ลดความดันได้ชะงัด
ปวดกระดูก สัญญาณเตือน "โรคข้อเสื่อม"
เสริมแคลเซียมให้เหมาะกับวัย
สุขภาพดี..เรื่อง กล้วยกล้วย
ความจำดีต้องเริ่มที่สมอง
ดับร้อน ป้องกันการช็อคแดด ด้วยผลไม้ไทย
สิ่งที่คุณคิด...ผิดหรือถูก
"เวลา" สัมพันธ์กับการนอนอย่างไร
ง่วงนอนตลอดเวลา
ความเคยชิน 5 ประการที่เร่งการเพิ่มเซลลูไลท์
เสริมบุคลิก
เคล็ดลับทำผมเก๋ๆแบบง่ายๆแต่น่ารัก
เสื้อผ้าลายพริ้นท์ สวยได้ตามอารมณ์
เลือกสีรองเท้า..เข้ากับเสื้อผ้า
สีเล็บ บ่งบอกตัวคุณ
เสื้อผ้าที่ใส่...บอกอารมณ์คุณ
ผมสวย ผมเสีย ดูแลผม
ดัดผมดิจิตอลเพิร์ม สปาเพิร์มหรือดัดไฟฟ้าต่างกันหรือไม่
รังแค
ผมดัดสั้นน่ารัก
วิธีดูแลผมดัด
เซ็ทผมสั้นออกงาน
รูปหน้าของคุณเหมาะกับผมทรงไหน
ลดน้ำหนัก
วิธีลดน้ำหนัก กินมื้อเย็น แต่หุ่นเป๊ะเวอร์!

โรคไตเรื้อรัง อีกหนึ่งโรคที่ต้องเฝ้าระวัง

อ่าน 2282

โรคไตเรื้อรัง อีกหนึ่งโรคที่ต้องเฝ้าระวัง


Credit : โรงพยาบาล บำรุงราษฎร์

โรคไตเรื้อรัง อีกหนึ่งโรคที่ต้องเฝ้าระวัง

ไต อวัยวะที่เปรียบได้กับโรงบำบัดของเสียที่ต้องอยู่กับมลพิษตลอดเวลา เนื่องจากมีหน้าที่กรองของเสียออกจากกระแสเลือด การทรุดโทรมของไตจึงเกิดขึ้นได้ง่าย 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้รูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน 

สาเหตุของโรค

นพ. สิร สุภาพ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไตวิทยา อธิบายถึงสาเหตุของการเกิดโรคไตเรื้อรังไว้ว่า เกิดได้ทั้งจากโรคในเนื้อไตเองและจากโรคอื่นอาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน รวมไปถึง โรค SLE โรคเอดส์ โรคซิฟิลิส และโรคตับอักเสบบี ซี ซึ่งโรคเหล่านี้ส่งผลให้ไตต้องทำงานหนัก จนเสื่อมสภาพในที่สุด

“โรคอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ไตเสื่อม คือโรคเบาหวาน เพราะไปทำให้น้ำตาลในไตสูง โรคความดันโลหิตสูงซึ่งไปเพิ่มความดันเลือดในไต และโรคอ้วน ที่เหมือนกับการเอาเครื่องยนต์ขนาดเล็กไปใช้กับรถคันใหญ่ เพราะการปล่อยให้มีน้ำหนักตัวมาก ก็ยิ่งทำให้ไตต้องทำงานมาก นอกจากนี้การสูบบุหรี่ก็มีผลทำให้ไตเสื่อมเช่นกัน ”
 นพ. สิร อธิบาย 

โรคไตคือภัยเงียบ

โรคไตแบ่งออกได้เป็น 5 ระยะตามประสิทธิภาพการทำงานของไต (ดูตาราง) โดยในระยะแรก ๆ จะไม่แสดงอาการ แพทย์มักพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ตรวจพบว่าเป็นโรคไต คือมีอาการอยู่ที่ระดับสี่แล้ว ซึ่งหมายถึง ประสิทธิภาพการทำงานของไตได้ลดลงไปกว่าร้อยละ 70 

“ปัญหาคือ ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคไต ไตเสียไปครึ่งหนึ่งแล้วก็ยังไม่มีอาการ เพราะโรคไตเป็นโรคที่หากไม่ได้รับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะไม่มีทางรู้ได้เลย เป็นหมอไตเองก็ไม่รู้ว่ามีโรคไตอยู่ถ้าไม่เช็คตัวเอง” นพ. สิร กล่าว

รักษาที่สาเหตุ

ในการรักษาโรคไตเรื้อรังนั้น นพ. สิร อธิบายว่าจำเป็นต้องแก้ที่สาเหตุ เช่น ควบคุมเบาหวาน ลดความดัน ควบคุมน้ำหนัก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยการควบคุมอาหาร โดยเน้นที่การจำกัดปริมาณเกลือ ปริมาณโปรตีน  และปริมาณฟอสเฟต ซึ่งมักจะอยู่ในนมและถั่ว เพราะเป็นอาหารที่ทำให้ไตทำงานหนัก นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก ละเลิกบุหรี่ และอย่าปล่อยให้ตัวเองเครียด

“การคุมอาหารเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับผู้ป่วย แต่ต้องพยายามทำให้ได้ เพราะถ้าคุมอาหารได้ ยาก็จะทำงานได้ผลดี คนไข้ที่ยังทำไม่ได้ หมอจะแนะนำให้นั่งสมาธิ เพราะช่วยทั้งในเรื่องของการควบคุมจิตใจและยังทำให้ อารมณ์ดีอีกด้วย”
นพ. สิร แนะนำ end.gif

ระยะของโรคไตเรื้อรัง

เพราะโรคไตเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการในระยะแรก การเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาค่า GFR (Glomerular Filtration Rate) หรือ อัตรากรองของไตเท่านั้นจึงจะทราบระยะของโรคได้ ดังนี้


สังเกตสัญญาณเตือนภัย 6 ประการดังนี้คือการเปลี่ยนแปลงของการขับถ่ายปัสสาวะ เช่น
1.ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปัสสาวะออกน้อยลง เป็นต้น
2.มีอาการแสบร้อนเวลาถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะขัด สะดุดหรือมีเศษนิ่วปนออกมา
3.ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะมีสีน้ำล้างเนื้อหรือปัสสาวะเป็นฟอง
4.การบวมของใบหน้า ลำตัว ขา และเท้า
5.อาการปวดบั้นเอวหรือบริเวณสีข้าง (ไม่ต่ำกว่าเอวหรือไม่อยู่กลางหลัง)
6.ตรวจพบความดันโลหิตสูง 

หากพบสัญญาณเตือนภัยข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ ขอแนะนำให้คุณรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานจนสายเกินแก้ คุณที่รู้สึกว่าตนเองสุขภาพดีมาก ไม่เคยเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล บางคนเคยเป็นนักกีฬา ความแข็งแรงเหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่า คุณจะไม่มีโอกาสเป็นโรคไต แม้จะไม่มีสัญญาณเตือนภัย ก็อาจจะมีโรคไตซ่อนเร้นในตัวแล้วก็เป็นได้

โรคไต : อาการ และคำแนะนำ

โรคไต หมายถึง โรคอะไรก็ได้ที่มีความผิดปกติหรือที่เรียกว่า พยาธิสภาพ เกิดที่บริเวณไต ที่พบมาก ได้แก่
  • โรคไตวายฉับพลันจากเหตุต่างๆ
  • โรคไตวายเรื้อรังเกิดตามหลังโรคเบาหวาน โรคไตอักเสบ หรือโรคความดันโลหิตสูง
  • โรคไตอักเสบเนโฟรติก
  • โรคไตอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันสับสน (โรค เอส.แอล.อี.)
  • โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • โรคถุงน้ำที่ไต (Polycystic Kidney Disease)

อาการ

  • ปัสสาวะเป็นเลือด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรคไต แต่ก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้ โดยจะปัสสาวะเป็นเลือด อาจเป็นเลือดสดๆ เลือดเป็นลิ่มๆ
  • ปัสสาวะเป็นสีแดง สีน้ำล้างเนื้อ สีชาแก่ๆ หรือปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้ม ก็ได้
  • ปัสสาวะเป็นฟองมาก เพราะมี albumin หรือโปรตีนออกมามาก จะทำให้ปัสสาวะมีฟองขาวๆ เหมือนฟองสบู่
  • การมีปัสสาวะเป็นเลือด พร้อมกับมีไข่ขาว-โปรตีนออกมาในปัสสาวะพร้อมๆ กัน เป็นข้อสันนิฐาน ที่มีน้ำหนักมากว่าจะเป็นโรคไต
  • ปัสสาวะขุ่น อาจเกิดจากมี เม็ดเลือดแดง (ปัสสาวะเป็นเลือด) เม็ดเลือดขาว (มีการอักเสบ) มีเชื้อแบคทีเรีย (แสดงว่ามีการติดเชื้อ) หรืออาจเกิดจากสิ่งที่ร่างกายขับออกจากไต แต่ละลายได้ไม่ดี เช่น พวกผลึกคริสตัลต่างๆ เป็นต้น
  • การผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะ เช่นการถ่ายปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบ ปัสสาวะราด เบ่งปัสสาวะ อาการเหล่านี้ ล้วนเป็นอาการผิดปกติ ของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่นกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก และท่อทางเดินปัสสาวะ
  • การปวดท้องอย่างรุนแรง (colicky pain) ร่วมกับการมีปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่น หรือมีกรวดทราย แสดงว่าเป็นนิ่วในไต และทางเดินปัสสาวะ
  • การมีก้อนบริเวณไต หรือบริเวณบั้นเอวทั้ง 2 ข้าง อาจเป็นโรคไต เป็นถุงน้ำการอุดตันของไต หรือเนื้องอกของไต
  • การปวดหลัง ในกรณีที่เป็นกรวยไตอักเสบ จะมีอาการไข้หนาวสั่น และปวดหลังบริเวณไต คือ บริเวณสันหลังใต้ซี่โครงซีกสุดท้าย
  • อาการบวม โดยเฉพาะการบวมที่บริเวณ หนังตาในตอนเช้า หรือหน้าบวม ซึ่งถ้าเป็นมาก จะมีอาการบวมทั่วตัว อาจเกิดได้ในโรคไตหลายชนิด แต่ที่พบได้บ่อย โรคไตอักเสบชนิดเนฟโฟรติค ซินโดรม (Nephrotic Syndrome)
  • ความดันโลหิตสูง เนื่องจากไตสร้างสารควบคุมความดันโลหิต ประกอบกับไต มีหน้าที่รักษาสมดุลของน้ำ และเกลือแร่ในร่างกาย เพราะฉะนั้นความดันโลหิต สูงอาจเป็นจากโรคไตโดยตรง หรือในระยะไตวายมากๆ ความดันโลหิตก็จะสูง ได้
  • ซีดหรือโลหิตจาง เช่นเดียวกับความดันโลหิตสูง สาเหตุของโลหิตจางมีได้ หลายชนิด แต่สาเหตุที่เกี่ยวกับโรคไตก็คือ โรคไตวายเรื้อรัง (Chronic renal failure) เนื่องจากปกติ ไตจะสร้างสารอีริโธรโปอีติน (Erythopoietin) เพื่อไปกระตุ้นให้ไขกระดูก สร้างเม็ดเลือดแดง เมื่อเกิดไตวายเรื้อรัง ไตจะไม่สามารถสร้างสารอีริโธรโปอีติน (Erythopoietin) ไปกระตุ้นไขกระดูก ทำให้ซีด หรือโลหิตจาง มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้ามืด เป็นลมบ่อยๆ อย่างไรก็ตาม ควรต้องไปพบแพทย์ ทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด เอ็กซ์เรย์ จึงจะพอบอกได้แน่นอนขึ้น ว่าเป็นโรคไตหรือไม่

 

คำแนะนำ

  1. กินอาหารโปรตีนต่ำ หรืออาหารโปรตีนต่ำมาก ร่วมกับกรดอะมิโนจำเป็น โดยกินอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง ซึ่งหมายถึงโปรตีน ที่ได้จากเนื้อสัตว์ทุกชนิด จำนวน 0.6 กรัม ของโปรตีน / น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม / วัน โดยไม่ต้องให้กรดอะมิโนจำเป็น หรือกรดคีโต (Keto Acid) เสริม เพราะอาหารโปรตีนในขนาดดังกล่าวข้างต้น ให้กรดอะมิโนจำเป็นในปริมาณที่พอเพียง กับความต้องการของร่างกายอยู่แล้ว
  2. กินอาหารที่มีโคเลสเตอรอลต่ำ โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง ควรควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอล ในอาหารแต่ละวันไม่ให้เกิน 300 มิลลิกรัม / วัน ด้วยการจำกัดอาหาร ที่มีโคเลสเตอรอลมาก เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ทุกชนิด และนม เป็นต้น
  3. งดกินอาหารที่มีฟอสเฟตสูง ฟอสเฟตมักพบในอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ไข่แดง นม และเมล็ดพืชต่างๆ เช่น ถั่วลิสง เม็ดทานตะวัน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดอัลมอนด์ ควรหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าว พบว่าอาหารที่มีฟอสเฟตสูง จะเร่งการเสื่อมของโรคไตวายเรื้อรัง ให้รุนแรงมากขึ้น และมีความรุนแรงของ การมีโปรตีนรั่วทางปัสสาวะมากขึ้น นอกเหนือจากผลเสีย ต่อระบบกระดูกดังกล่าว
  4. ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ไม่มีอาการบวม การกินเกลือในปริมาณไม่มากนัก โดยไม่ต้องถึงกับงดเกลือโดยสิ้นเชิง แต่ไม่ควรกินเกลือเพื่อการปรุงรสเพิ่ม ผู้ป่วยที่มีอาการบวมร่วมด้วย ควรจำกัดปริมาณเกลือที่กินต่อวันให้น้อยกว่า 3 กรัมของน้ำหนักเกลือแกง (เกลือโซเดียมคลอไรด์) ต่อวัน ซึ่งทำได้โดยกินอาหารที่มีรสชาติจืด งดอาหารที่มีปริมาณเกลือมาก ได้แก่ เนื้อสัตว์ทำเค็ม หรือหวานเค็ม เช่น เนื้อเค็ม ปลาแห้ง กุ้งแห้ง รวมถึงหมูแฮม หมูเบคอน ไส้กรอก ปลาริวกิว หมูสวรรค์ หมูหยอง หมูแผ่น ปลาส้ม ปลาเจ่า เต้าเจี้ยว งดอาหารบรรจุกระป๋อง เช่น ปลากระป๋อง เนื้อกระป๋องข้างต้น
  5. ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่มีน้ำหนักเกิน น้ำหนักจริงที่ควรเป็น (Ideal Weight for Height) ในคนปกติ ควรจำกัดปริมาณแคลอรี ให้พอเพียงในแต่ละวันเท่านั้น คือ ประมาณ 30-35 กิโลแคลอรี / น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม / วัน

 

สินค้าราคาพิเศษ